CT3.jpeg

3 ข้อควรรู้ เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการดูแลห้องน้ำ

By A-Sei Hygiene For Everywhere

ห้องน้ำถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงของการสะสมของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เพราะ เป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เปียกอยู่เกือบจะตลอดเวลา มีการสะสมของคราบเหงื่อไคลจากการชำระล้างร่างกาย คราบสบู่ และคราบสกปรกต่างๆ ซึ่งทำให้เชื้อโรคเติบโตรวดเร็ว ทั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในบ้าน หากการดูแลไม่ทั่วถึง
แอดมินขออนุญาตแนะนำ ข้อควรรู้ 3 ข้อ เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการดูแลห้องน้ำ ดังนี้

1. ทำความสะอาดห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า ห้องน้ำเป็นพื้นที่เสี่ยงในการสะสมของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำด้วยทั้งหมด เช่น ก๊อกน้ำ, ฝารองนั่ง, คันโยกชักโครก, ถังขยะ, แปรงสีฟัน, ที่โกนหนวด และขวดผลิตภัณฑ์ต่างๆที่วางไว้ในห้องน้ำ ฯลฯ โดยที่จริงแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้ในห้องน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงในการสะสมของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
ทั้งนี้ การทำความสะอาดห้องน้ำนั้น ควรทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทั่วไป ร่วมกับผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค เช่น ผลิตภัณฑ์ เอ-เซย์ มัลติยูส ดิสอินเฟคแทนท์ หรือเดทตอล (ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออเนกประสงค์) หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำที่ผสมสารฆ่าเชื้อ (โดยปกติจะระบุบนฉลากชัดเจน ว่าสามารถฆ่าเชื้อได้) เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ภายในห้องน้ำ





















2. หลักการใช้ห้องน้ำที่ถูกสุขอนามัย มีดังนี้
 

  • นั่งบนโถส้วม ห้ามเหยียบฝาชักโครก เพื่อรักษาความสะอาด ลดการปนเปื้อนเชื้อโรคจากอุจจาระ รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุ โดยหากเป็นท่านชายควรยกฝารองนั่งขึ้นทุกครั้งที่ปัสสาวะ

  • ห้ามทิ้งกระดาษชำระ หรือวัสดุอื่นๆ ลงไปในโถส้วม เพราะอาจทำให้ส้วมอุดตัน และส่งผลกระทบต่อระบบกีงสิ่งปฏิกูล

  • กดชักโครกหรือราดน้ำทุกครั้ง

  • ล้างมือทุกครั้งหลังจากที่ใช้ห้องน้ำเสร็จ เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ในกรณีที่อาจใช้มือสัมผัสอาหารหลังจากเข้าห้องน้ำ


3. บริเวณภายในห้องน้ำที่มักเกิดเชื้อโรค มีดังนี้
 

  • ชักโครก : มักเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย เพราะฉะนั้นควรหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

  • อ้างล้างมือ : เป็นบริเวณที่มักมีความเปียกชื้น จึงทำให้เกิดแบคทีเรียที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในบ้าน และอาจทำให้เกิดโรคร้ายอย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • สายฉีดชำระ : เป็นจุดที่เสี่ยงที่สุด เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในขณะอุจจาระและปัสสาวะ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด

  • ฝักบัว : มักเกิดการสะสมของแบคทีเรียมายโคแบคเทอเรียมเอเวียม ซึ่งส่งผลเสียทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับปอด และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

  • แปรงสีฟัน : ควรเก็บไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดเชื้อโรต้าไวรัส หรือเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส

  • ใยขัดตัว : เป็นอุปกรณ์สัมผัสร่างกายโดยตรง และชื้นอยู่ตลอด จึงส่งผลให้เกิดเชื้อราดำสะสมได้ง่าย มีโอกาสเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหอบหืด ปอดอักเสบ รวมถึงเกิดการระคายเคือง

  • ผ้าม่านพลาสติก : มักเกิดคราบดำจากแบคทีเรียที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในบ้าน ควรหมั่นทำความสะอาดสม่ำเสมอ

  • ผ้าเช็ดเท้า : เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีความเปียกชื้น และเป็นแหล่งสะสมของเชื่อรา ที่ทำให้เกิดเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้าน



จากที่กล่าวไปทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การหมั่นทำความสะอาด ฆ่าเชื้อในห้องน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยง จะสามารถลดการสะสมของเชื้อโรคได้ ฉะนั้น เราจึงควรหันมาใส่ใจสุขอนามัย โดยเริ่มจากการฝึกนิสัยของตัวเราเองและคนในบ้าน ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดบ้านให้ปลอดเชื้อปลอดโรค เพื่อสุขภาพที่ดีของครอบครัว และคนที่คุณรัก
 


"ยกระดับสุขอนามัยไปกับเรา A-Sei : Hygiene For Everywhere"

บทความที่เกี่ยวข้อง

CT3-1.jpeg
kq.gif