CT2.jpeg

เคล็ดลับ ‘ซักผ้า’ สะอาดเนี้ยบ

ฆ่าเชื้อโรค มั่นใจห่างไกลเชื้อโควิด

By A-Sei Hygiene For Everywhere

ปัญหาเรื่องการซักผ้าให้สะอาด หอมชื่นใจ ก็เป็นเรื่องหนักอกหนักใจของใครหลายคน ยิ่งในช่วงที่ยังต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส การซักผ้าก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเสื้อผ้า อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเชื้อไวรัส หลังจากออกจากบ้านมาทั้งวันได้ วันนี้จึงขอแนะนำขั้นตอนการทำความสะอาดผ้า เพื่อให้คลายความกังวลใจ ง่ายๆเพียง 3 ขั้นตอน

1. เลือกโปรแกรมการซักผ้าด้วยน้ำความร้อนสูงที่อุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่องค์การอนามัยโลก ระบุว่าสามารถยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ โดยเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ๆ จะมีโหมดเลือกอุณหภูมิน้ำ หรือฟังก์ชั่น สตรีม ที่จะช่วยซักผ้าด้วยความร้อน 60-95 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้และแบคทีเรียบางชนิดในเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ใช้สารฆ่าเชื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคขั้นเด็ดขาด โดยสามารถเลือกสารฆ่าเชื้อที่เหมาะสมกับเสื้อผ้าและความต้องการ ดังนี้

  • "สารคลอโรไซลีนอล” - ผลิตภัณฑ์ เอ-เซย์ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออเนกประสงค์ หรือ ผลิตภัณฑ์เดทตอลตรามงกุฏ ผสมน้ำในสัดส่วน 1 ต่อ 40 หรือ 1-2 ฝา ต่อผ้า 5-10 กิโลกรัม จะได้ความเข้มคลอโรไซลีนอลที่ 0.12 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 1,200 ppm (หน่วยความเข้มข้นเป็นสัดส่วนในล้านส่วน) ขึ้นไป สามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แนะนำโดยองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO โดยสามารถใส่ผสมพร้อมกับน้ำยาซักผ้าได้เลย ใช้ได้ทั้งผ้าสีผ้าขาว ไม่มีผลกระทบต่อผ้าแต่อย่างใด

  • “สารฟอกขาวเปอร์ออกไซด์” เพื่อฆ่าเชื้อโควิด-19 ต้องมีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.5 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 5,000 ppm โดยมีคุณสมบัติในการกัดเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างเร็ว ไม่มีกลิ่น ส่งผลกระทบกับเสื้อผ้าและเนื้อผ้าน้อยมาก โดยสามารถใส่สารฆ่าเชื้อชนิดนี้พร้อมกับน้ำยาซักผ้าได้เลยข้อควรระวังในการใช้สารฟอกขาวเปอร์ออกไซด์คือ ห้ามสัมผัสโลหะ โดยเฉพาะสนิมเหล็กบนผ้า ห้ามสัมผัสผลิตภัณฑ์ประเภทนี้โดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองได้

  • “สารเบนซาโคเนียม คลอไรด์” หรือ “บีเคซี” (BKC) เป็นสารฆ่าเชื้ออีกหนึ่งชนิดที่สามารถกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้ ถึงแม้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้ออาจไม่เท่ากับสารฟอกขาวคลอรีนและสารฟอกขาวเปอร์ออกไซด์ แต่บีเคซีมีคุณสมบัติในเกาะติดบนเสื้อผ้าได้เป็นเวลานาน จึงช่วยเสริมการปกป้องขณะที่สวมเสื้อผ้าออกไปข้างนอกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังแทบไม่มีกลิ่น ไม่ทำลายผ้าทุกชนิด และใช้ปริมาณไม่เยอะต่อการซัก 1 ครั้ง โดยหากใช้บีเคซีที่มีความเข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์ 1 ส่วน จะต้องผสมกับน้ำ 9 ส่วน และหากใช้บีเคซีที่มีความเข้มข้น 80 เปอร์เซ็นต์ 1 ส่วน จะต้องใช้ผสมกับน้ำ 15 ส่วน อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้ไม่สามารถใช้พร้อมกับน้ำยาซักผ้าในขั้นตอนแรกได้ และควรใช้ในขั้นตอนน้ำสุดท้ายเพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงสุด บางคนอาจมีอาการแพ้ทางผิวหนัง และไม่ควรใช้กับเสื้อผ้าของเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี

  • "สารฟอกขาว" หรือ "โซเดียมไฮโปคลอไรต์" เป็นสารฟอกขาวใช้ทำให้ผ้าขาวสว่างสดใสขึ้น และยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ดี และรวดเร็วที่ความเข้มข้น 0.1% แต่มีข้อเสียตรงที่ ไม่สามารถใช้กับผ้าสีได้ เพราะจะทำให้สีผ้าตก เพราะสารฟอกขาวจะไปทำปฏิกิริยากับสีผ้า นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกขาวแช่ผ้าเป็นเวลา อาจส่งผลให้เส้นใยเสื่อมสภาพ ทำให้ผ้าชำรุดได้

3. ใช้เครื่องอบผ้าเพื่อคงความสะอาดของเสื้อผ้าไว้ หรือเพิ่มความมั่นใจอีกขั้นตอน ด้วยการเลือกใช้เครื่องอบผ้าทำให้ผ้าไม่ต้องสัมผัสอากาศภายนอกบ้าน และอุณหภูมิสูงจะช่วยกำจัดเชื้อโรคได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำเสื้อผ้าไปใช้งาน

 

 

"ยกระดับสุขอนามัยไปกับเรา A-Sei : Hygiene For Everywhere"


อ้างอิง : https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_2289208

บทความที่เกี่ยวข้อง

Q6.jpeg
kq.gif